อ่านเถอะ!! COVID-19 สอนให้เรา รู้ว่า…

มาดูกันค่ะว่า โรคโวิด 19 นี้ได้สอนอะไรเราบ้างจากวิกฤตที่ประเทศไทยต้องเจอในครั้งนี้กัน..

1. มี “เงิน” อย่าใช้หมด ต้องคอย “เก็บเงิน” ไว้ใช้ในยามจำเป็นด้วย เพราะเวลาเกิดวิกฤตคนมีเงินอยู่บ้าง กับคนที่ไม่มีเงินเลย ทุกข์ต่างกันมากมาย

2. มี “งาน” ต้องรักงาน ต้องขยัน ต้องเต็มที่ เพราะต่อจากนี้ไม่มีอะไรการันตีความมั่นคงอีกแล้ว ต้องเป็นพนักงานที่องค์กรเห็นว่าทำงานให้เขาได้ “คุ้มค่า” เขาจึงจะจ้างไว้ต่อ

3. มี “คนที่รัก” ไม่ว่าจะเป็นคนในครอบครัว ญาติ คู่รัก หรือเพื่อนรัก ต้องสร้าง “สัมพันธ์” กันให้ดี หนักนิดเบาหน่อยก็อภัยให้กัน แสดงความรักที่มีต่อกันออกมาตั้งแต่วันนี้ เพราะการลาจากโดยไม่ได้ร่ำลา ช่างเป็นเรื่องที่น่าเศร้ายิ่งนัก

4. มี “เวลา” ต้องใช้ให้ดี อย่างปล่อยให้เวลาผ่านไปโดยเปล่าประโยชน์ เพราะที่เคยคิดกันว่าทุกคนมีเวลาอย่างน้อย 70-80 ปี ต่อจากนี้จะไม่แน่เช่นนั้นอีกแล้ว

5. มี “ร่างกาย” ต้องดูแลรักษาให้ดีที่สุด อย่าบอกว่าไม่มีเวลา ร่างกายที่แข็งแรงจะเป็น “ภูมิต้านทาน” ต่อโรคต่าง ๆ การมีชีวิตอยู่ภายใต้ร่างกายที่แข็งแรง จะทำให้เรามีคุณภาพชีวิตที่ดี

6. มี “จิตใจ” ต้องทำให้ “สดชื่น” ไม่ทุกข์ ไม่กังวลกับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ไม่ต้องไปให้ความสำคัญกับคนไม่ดี และมีชีวิตอยู่กับปัจจุบัน โดยไม่จมอยู่กับอดีต หรือกังวลกับอนาคตที่ยังมาไม่ถึง

7. มี “ชีวิต” ต้องใช้ชีวิตให้คุ้มค่า ต่อไปไม่มีใครรู้ว่า เรามีเวลาของชีวิตแค่ไหน ขอให้ “รู้สึกดีกับชีวิต” ใช้ชีวิตในแบบที่เป็นตัวเราเอง รักตัวเอง ศรัทธาในตัวเอง ภูมิใจในทุกๆ ด้านของชีวิตเราเอง

มีหลายคนบอกว่า เมื่อไหร่ COVID-19 จะจบๆ ไปเสียที จะได้กลับไปใช้ชีวิต “เหมือนเดิม” ได้ไปเที่ยว ได้ไปกิน ได้ไปสังสรรค์

ถ้าเป็นแบบนี้ แปลว่าเราอาจจะไม่ได้ “เรียนรู้” จากเหตุการณ์ใหญ่ครั้งนี้เลย หาก COVID-19 ผ่านไป ขอให้ทุกคนตั้งมั่นว่า เราจะไม่ใช้ชีวิต “เหมือนเดิม” อีก

เราจะใช้ชีวิตให้ “ดีขึ้น” ใช้ชีวิตอย่างมี “คุณค่า” มากขึ้น โดยการมีความสุขง่ายๆ สุขจาก “สิ่งที่เรามี” ในชีวิต ทำดีที่สุดกับ “คนที่เรารักและรักเรา” เก็บ “เงินสำรอง” ไว้บ้างในชีวิต และที่สำคัญ “ช่วยเหลือผู้อื่น” ในทางที่เราช่วยได้

มีคนบอกว่า COVID-19 ทำให้โลกของเราจะไม่มีวัน “เหมือนเดิม” แต่เราก็จะบอกว่า เราก็ไม่มีวันเหมือนเดิมเช่นกัน เพราะชีวิตเรานับจากนี้ มีแต่จะ “ดีขึ้น” และ “ดีที่สุด” ในแบบที่ชีวิตของเราจะเป็นได้

ขอบคุณผู้เขียนบทความ

%d bloggers like this: