เปิดไฟนอนทุกคืน ส่งผลเสียต่อสุขภาพ


จะเกิดอะไรขึ้น เมื่อเราเปิดไฟนอนตอนกลางคืนเป็นประจำ ทั้งที่เราไม่ควรสัมผัสแสงไฟพวกนี้มากเกินไปในช่วงเวลานอนหลับ ทำงานเหนื่อยมาทั้งวัน พอกระโดดลงบนเตียงนุ่ม ๆ เข้าหน่อย ก็เผลอหลับผล็อยทั้งที่ยังไม่ได้ปิดไฟ มาตื่นอีกทีก็ตอนเช้าถึงรู้ตัวว่าลืมปิดไฟ แต่บางคนก็ตั้งใจเปิดไฟทิ้งไว้ เพราะกลัวความมืด หรือกลัวอะไรก็แล้วแต่ จนกลายเป็นความเคยชินไปซะแล้ว เราอยากบอกค่ะว่าการเปิดไฟนอน ไม่ใช่แค่เปลืองไฟเท่านั้น แต่ผลเสียที่เกิดกับสุขภาพก็มีไม่น้อยเหมือนกัน

.

1.ผิวพรรณหมองคล้ำ

การเปิดไฟนอนจะทำให้เรานอนได้ไม่เต็มที่ หรืออาจตื่นขึ้นมากลางดึกได้ โดยเฉพาะเวลาหลัง 4 ทุ่มถึงตีสอง เป็นเวลาที่โกรทฮอร์โมน (Groeth Hormone) จะหลั่งออกมาช่วยซ่อมแซ่มผิวพรรณ หากเรานอนไม่หลับในช่วงนี้ ปัญหาริ้วรอยก็จะตามมา ยิ่งถ้าอดนอนบ่อยๆ ผิวก็จะดูหมองคล้ำขึ้น ไวต่อการแพ้ การอักเสบ ติดเชื้อได้ง่าย

2.ความจำแย่ลง

ตามปกติเวลาเรานอนหลับในที่มืด ต่อมใต้สมองจะหลั่งสารเมลาโทนินออกมา ช่วยให้เราหลับสนิท ตื่นมาตอนเช้าก็จะรู้สึกสดชื่น แต่ ถ้าเราเปิดไฟทิ้งไว้ขณะนอนหลับ แสงไฟจะไปรบกวนระบบนาฬิกาชีวภาพของเรา ทำให้สับสนไม่รู้ว่าตอนนี้เราหลับอยู่หรือตื่นอยู่ จึงไปยับยั้งการผลิตฮอร์โมนเมลาโทนิน จนหลับไม่สนิท ตื่นมาก็ไม่สดชื่น รู้สึกไม่กระปรี้กระเปร่า และการนอนน้อยยังทำให้เหนื่อยง่าย สมองเบลอ กระทบต่อประสิทธิภาพการจดจำและการทำงานระหว่างวันอีกต่างหาก

3.ความอ้วนถามหา

ไม่อยากจะเชื่อว่าเปิดไฟนอนก็ทำให้อ้วนด้วยหรือ? นี่คือเรื่องจริงค่ะ โดยนักวิทยาศาสตร์พบว่า การปิดไฟนอนจะช่วยทำให้ระบบเผาผลาญพลังงาน ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น จึงไม่มีการเก็บสะสมพลังงานในรูปแบบของไขมันเพิ่ม แต่ถ้าเราเปิดไฟนอน เราจะรู้สึกอยากทานอาหารมากขึ้น เพราะฮอร์โมนเลปตินที่ควบคุมความอยากอาหาร และฮอร์โมนเกรลินที่ช่วยให้เจริญอาหาร ทำงานไม่สมดุลกัน เราจึงรู้สึกหิวตลอดเวลา ยิ่งถ้าเรานอนน้อยด้วยแล้ว ร่างกายจะผลิตเลปตินน้อยลง แล้วผลิตเกรลินมากขึ้น ทำให้เรากินไม่หยุดจนน้ำหนักพุ่ง กลายเป็นโรคอ้วนและอาจลุกลามไปถึงโรคเบาหวาน

4.โรคร้ายรุมเร้า

เมลาโทนินที่จะหลั่งออกมาในช่วงที่เรานอนหลับ ก็ถือเป็นสารต้านอนุมูลอิสระหรือแอนตี้ออกซิแดนซ์ ที่ช่วยยับยั้งการเกิดโรคมะเร็งบางชนิดได้ และช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงด้วย แต่ถ้าเราเปิดไฟ แสงไฟก็จะไปยับยั้งการผลิตเมลาโทนิน จนบั่นทอนระบบภูมิคุ้มกัน เพิ่มความเสี่ยงโรคมะเร็งอีกต่างหาก อย่างที่มีงานวิจัยในต่างประเทศพบว่า คนที่เปิดไฟนอน มีความเสี่ยงโรคมะเร็งบางชนิดสูงกว่าคนที่ปิดไฟนอน

5.เสี่ยงโรคซึมเศร้า

เรื่องนี้ก็เกี่ยวกับเมลาโทนินเช่นกัน เพราะ ถ้าระบบเมลาโทนินถูกรบกวน จะทำให้เราอ่อนเพลีย เหนื่อยล้า เกิดความเครียดได้ง่าย และเสี่ยงต่อโรคซึมเศร้าที่จะตามมา แต่ถ้าเราปิดไฟนอน สารเมลาโทนินที่ผลิตออกมาจะทำให้เรานอนหลับสนิท พักผ่อนได้เต็มที่ แล้วความเครียดอันเป็นบ่อเกิดของโรคซึมเศร้าก็จะลดน้อยลงตามไปด้วย

6.เร่งอาการสายตาสั้น

การศึกษาของ University of Pennsylvania Medical Center และ The Children’s Hospital of Philadelphia พบว่า เด็กที่เริ่มเปิดไฟนอนตั้งแต่อายุยังไม่ถึง 2 ขวบ มากถึงร้อยละ 55 มีอาการสายตาสั้น ส่วนเด็กที่ปิดไฟนอนมีอาการสายตาสั้นเพียงร้อยละ 10 เท่านั้น นั่นก็เพราะเด็กวัยนี้มีพัฒนาการของดวงตาอย่างรวดเร็วแม้จะมีแสงเพียงเล็กน้อยก็สามารถเล็ดลอดผ่านเข้าไป ในดวงตาของเด็กที่กำลังหลับได้ ทำให้เด็กมีปัญหาสายตาสั้น ดังนั้นจึงต้องระวังให้มากโดยเฉพาะในเด็กทารก

.

แสงไฟที่ว่านี้ไม่ได้หมายถึงแสงไฟจากหลอดไฟหรือโคมไฟเท่านั้น แต่ยังรวมถึงแสงไฟจากหน้าจอโทรทัศน์ ที่ชอบเปิดทิ้งไว้ตอนกลางคืน รวมทั้งแสงไฟจากหน้าจอสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตด้วยเช่นกัน ดังนั้นเราควรปิดไฟนอน เพื่อให้ร่างกายได้พักผ่อนอย่างเต็มที่แถมยังช่วยให้เรา ประหยัดเงินค่าไฟอีกด้วยค่ะ

ขอบคุณแหล่งที่มา – Kapook

%d bloggers like this: